เครื่องมีพอแล้ว
ระบบงาน สำคัญกว่า
เป้าหมายไม่ใช่ LLM ที่เร็วที่สุด แต่คือระบบวิเคราะห์คดีที่รับข้อมูลจำนวนมาก คำนวณแม่น อ้างกลับถึงหลักฐาน และใช้ Cloud เฉพาะงานที่คุ้มค่าจริง
อ่าน 30 วินาที: คำตัดสิน 4 ข้อ
เริ่มจากของที่มี วัดคิวจริง และแยก “ความจุ” ออกจาก “ความเร็ว”
4 สถาปัตยกรรม แก้คนละปัญหา
อย่าจัดอันดับรวมเป็นแถวเดียว ให้ถามก่อนว่า “คอขวดคือความเร็ว ความจุ CUDA หรือความจุโมเดลใหญ่”
RTX 3090 ×2
เหมาะกับ OCR batch, embedding, reranking, vision และโมเดลที่ runtime แบ่งข้าม 2 GPU ได้ แต่ VRAM ไม่ได้รวมเป็นก้อนเดียวอัตโนมัติ; งานเกิน VRAM แล้ว offload ไป RAM จะติด PCIe. [15]
- วัดจริง 24 ส.ค. 69: โมเดล 35B MoE ที่ Q8 context 262K · KV f16 ไม่บีบ ได้ 143 tok/s โดยกิน VRAM 44.3 จาก 48GB — อยู่ครบในการ์ด ไม่ต้อง offload
- ทดสอบ needle-in-haystack ภาษาไทยที่ 250,000 token → หาเจอถูกต้อง (prefill 88 วิ · ตอบ 74.5 tok/s)
- ไม่ยืด RoPE/YaRN เกิน 262K ที่โมเดลฝึกมา — เลือกคุณภาพ recall แทนตัวเลข context ที่สวยกว่า
- ข้อกังวลเดิมเรื่อง offload ไป RAM แล้วติด PCIe จึงยังไม่เกิดกับ workload ระดับนี้
M1 Ultra 128GB
เหมาะกับโมเดลใหญ่บน MLX/llama.cpp และ reasoning จากข้อมูลที่ clean แล้ว แต่ระบบปฏิบัติการ, KV cache และ runtime ต้องใช้ memory ด้วย จึงห้ามตีความว่าโมเดลใช้ได้เต็ม 128GB. [16]
- จุดเด่น: unified memory และความจุสูง
- จุดระวัง: ไม่มี CUDA และ bandwidth ไม่รับประกัน token/s
RTX 5090
เหมาะเมื่อโมเดลและ KV cache ใส่ 32GB ได้ และคอขวดคือ OCR/vision/video หรือ token throughput. NVIDIA ระบุ 32GB GDDR7 และ Blackwell; ไม่ใช่คำตอบของโมเดลที่ต้องใช้ memory เกิน 32GB. [14]
- ซื้อเมื่อ: งาน ≤32GB รอคิวนานต่อเนื่อง
- ไม่ซื้อเมื่อ: จุดเจ็บคือโมเดลใหญ่กว่า VRAM
DGX Spark 128GB
เพิ่ม capability ที่เครื่องอื่นไม่มี: CUDA + unified memory 128GB. NVIDIA ระบุรองรับโมเดลสูงสุด 200B class แต่ตัวเลขนั้นคือ capacity claim ไม่ใช่คำรับรองความเร็ว และ host เป็น Arm64 จึงต้องทดสอบ container/dependency จริง. [13][17]
- ซื้อเมื่อ: งาน CUDA ต้องใช้เกิน 48GB จริง
- ไม่ซื้อเพียงเพราะ: “128GB มากกว่า 32GB”
คอขวดที่วัดเจอ ไม่ใช่ GPU
รายงานฉบับก่อนสรุปว่า “อย่าเพิ่งซื้อ ให้วัดหาคอขวดก่อน” — นี่คือผลวัดจริงครั้งแรกจากเครื่องที่ประกอบเสร็จ
โมเดล 35B MoE · Q8 · context 256K · กระจายข้าม 2 การ์ด · กิน VRAM 42.8 จาก 48GB
NVMe 4 ตัวบนการ์ด PCIe switch (Gen3 x8) เสียบสล็อต x4 ที่เจรจาลงมาเหลือ Gen1 — เร็วกว่าไดรฟ์เดี่ยว (846 MB/s) เพียง 8%
อัดงานต่อเนื่อง 3 นาที อุณหภูมิสูงสุด 50°C ห่างเพดาน throttle ที่ 85°C อยู่ 35 องศา
ระบบคดีที่แม่น: ให้ AI ตีความ ไม่ให้ AI เป็นบัญชี
ทุกตัวเลขและข้อเชื่อมโยงต้องย้อนกลับถึงแถวข้อมูลหรือเอกสารต้นทางได้
PDF, รูป, Excel, statement พร้อม confidence และ source pointer
ชื่อ เบอร์ บัญชี วันเวลา เงิน พร้อม checksum, pattern และ normalization
Database เก็บข้อเท็จจริง คำนวณ SUM/COUNT และเชื่อม entity
Local สรุป/ค้น; Cloud เฉพาะโจทย์ยากที่ผ่าน policy gate
ตรวจต่างโมเดล + human approval + กดกลับถึงหลักฐาน
ซื้อเมื่อไร: ให้คอขวดเป็นคนเลือกเครื่อง
การซื้อผ่านเกตเมื่อมี log งานจริง คุณภาพผ่าน และคำนวณการทดแทน Cloud ได้ ไม่ใช่ตัดสินจาก benchmark ของคนอื่น
| สิ่งที่วัดได้จริง | คำตอบที่ควรเลือก | เหตุผล |
|---|---|---|
| งาน CUDA ≤32GB รอคิว / latency สูงต่อเนื่อง | RTX 5090 | เพิ่ม throughput โดยตรงสำหรับโมเดลและงานสื่อที่ใส่ VRAM ได้ |
| โมเดล CUDA ต้องใช้มากกว่า 48GB และ Arm64 stack ผ่าน PoC | DGX Spark | เพิ่ม capacity ใหม่: CUDA + unified memory 128GB |
| ต้อง reasoning โมเดลใหญ่ แต่ไม่บังคับ CUDA | M1 Ultra เดิม | มี unified memory 128GB อยู่แล้ว ไม่ต้องซื้อ capacity ซ้ำ |
| มี 3090 ×2 และงาน OCR / embedding / reranking / vision batch ยังมี headroom | ใช้ 3090 ×2 ต่อ | วัดแล้ว 24 ส.ค. 69: 143 tok/s บนโมเดล 35B Q8 context 262K ยังมี headroom |
| วัดแล้วพบว่าคอขวดอยู่ที่เส้นทางข้อมูล ไม่ใช่ compute | แก้เส้นทางข้อมูลก่อน | สายต่อขยาย PCIe หลักพัน แก้ได้ตรงจุดกว่าการ์ดจอหลายหมื่น |
| ยังไม่มี queue, quality, cost-displacement telemetry | ไม่ซื้อ | ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเงินแก้คอขวดใด |
หลักฐานเดิม: MLX เร็วขึ้น แต่คุณภาพยังต้องสอบ
A/B ใช้โมเดลขนาดเดียวกัน 3 runs ต่อ variant ผลมีความแปรปรวน จึงรายงาน median และไม่ขยายผลเกินข้อมูล
Qwen3.8 27B · Apple Silicon
quality parity = ยังต้องพิสูจน์
Router ที่ควรคงไว้
ไม่ใช่ local-only และไม่ใช่ cloud-only แต่เป็น policy-first routing ที่แยกความสามารถออกจากขอบเขตข้อมูล
Frontier Cloud
งาน agent ซับซ้อน การเขียนโค้ดหลายขั้น และการตรวจข้ามโมเดล เมื่อข้อมูลผ่านเกตแล้ว
Policy Router
เลือก lane ตามความไวของข้อมูล ความเสี่ยง ความเร็ว และหลักฐานจาก benchmark
Local Models + Tools
ข้อมูลอ่อนไหว งาน offline, RAG synthesis, embeddings และ deterministic code/SQL
กระแสไหนควรหยิบ กระแสไหนควรวาง
Repository popularity เป็นสัญญาณความสนใจ ไม่ใช่ production gate
| Trend | สถานะ | เหตุผล |
|---|---|---|
| MLX-optimized models | Pilot now | ผ่านเกตความเร็วแล้ว แต่ต้องมี golden set ยืนยัน refusal, JSON/tool schema, citation และ error recovery |
| llama.cpp agent / MCP | Lab only | ฟีเจอร์มีจริง แต่ runtime ระบุ experimental; อย่าเปิด production จากโพสต์ตัวอย่างเพียงอย่างเดียว |
| Ollama Launch integrations | Pilot | เหมาะสำหรับทดสอบ harness เดิมกับโมเดล local โดยไม่ย้ายทั้งสถาปัตยกรรม |
| LiteLLM / model gateway | Wait | เพิ่มเมื่อมีช่องว่าง routing ที่วัดได้ ไม่ใช่เพิ่มเพราะ diagram นิยม |
| vLLM / SGLang | Conditional | เหมาะเมื่อมี NVIDIA worker และต้อง serving หลายผู้ใช้; ยังไม่ใช่เหตุผลซื้อฮาร์ดแวร์โดยลำพัง |
| Unsloth fine-tuning | Wait for data | fine-tune เมื่อมี labeled failure set มากพอ ไม่ใช่ fine-tune เพราะโมเดลใหม่ออก |
คะแนนระบบเดิมแบบไม่เข้าข้าง
จุดแข็งอยู่ที่ governance และ evaluation จุดอ่อนอยู่ที่ local agent reliability, simplicity และ throughput แบบหลายผู้ใช้
แผน 30 วัน: ทำเลย / รอ / ไม่ควร
เปลี่ยนคำว่า “น่าจะประหยัด” ให้เป็นข้อมูลจริงก่อนอนุมัติซื้อ
ทำเลย
- เก็บ queue wait, tok/s, VRAM/RAM peak และงานล้มเหลวแยกตาม lane
- ทำ golden set 20–30 งาน: OCR, extraction, linking, report
- วัด Cloud บาท/งานที่ Local แทนได้จริง
รอหลักฐาน
- RTX 5090 รอจนงาน ≤32GB ติด throughput
- DGX Spark รอ CUDA workload >48GB และ Arm64 PoC ผ่าน
- fine-tune รอ labeled failure set ที่มากพอ
ไม่ควร
- ตั้งเป้า Local 80–90% โดยไม่มี telemetry
- ให้ LLM บวกยอดเงินหรือเป็น source of truth
- ซื้อจาก bandwidth, parameter class หรือดาว GitHub อย่างเดียว
ความเห็นต่างตระกูลโมเดล
ส่วนนี้เป็นผลทบทวนรอบก่อน หน้าแก้ไขล่าสุดต้องผ่าน review ต่างตระกูลใหม่ก่อนขึ้น production
เห็นตรงกันเรื่อง gap — เห็นต่างเรื่อง deployment
เห็นตรงกันว่า runtime ซ้ำ, local multi-step agent evaluation และ MLX quality parity ยังเป็นจุดอ่อน แต่ข้อเสนอให้เพิ่ม gateway และ NVIDIA-oriented serving ทันทีถูกปฏิเสธ เพราะ ไม่ตรงฮาร์ดแวร์และยังไม่มี operational gap ที่พิสูจน์แล้ว
Primary source ledger
ลิงก์ทั้งหมดถูกเปิดโดยตรงและลงทะเบียนตามลำดับ ไม่สร้าง URL จากความจำ